Monday, August 27, 2018

มีขึ้น มีลง คือสัจธรรม




ซิงตึ๊ง (新唐)

 ซิงตึ๊ง...เป็นศัพท์ที่ใช้เรียก...กลุ่มคนจีน ที่อพยพหนีร้อนจาก...เมืองจีน มาพึ่งเย็นที่...สยามประเทศ      ยุคอากง, อาป๊า ของพวกเรา สมัยนั้นมากันเยอะมาก
  แล้วก็เกิด...สำนวนขึ้นอีกประโยคหนึ่ง จะเรียกว่า...สโลแกน ก็ได้ ในหมู่ ซิงตึ๊ง ว่า...
ซา ซัว ติ๊ก เจ๊ก, ไก่ ไก่ อู่ หุ่ง (三山得一,個個有份)
แปลว่า...ซา ซัว จะต้องได้กันคนละหนึ่ง ทุกคนมีสิทธิ์เหมือนกันหมด
 ซาซัว ก็คือ... 1) จ่อ ซัว (座山 / เจ้าสัว) 2) ตึ่ง ซัว (唐山 / ประเทศจีน)
3) หงี่ ซัว (義山 / สุสานสงเคราะห์ หรือ ป่าช้าวัดดอน)

ขอพักไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยมาเล่าต่อ...

วันนั้น ประเทศจีนอ่อนแอมากๆ อดอยาก, ยากจนข้นแค้นแสนสาหัส (มีครบทุกรส...)
ขนาดประเทศมหาอำนาจตะวันตก เปรียบเปรย ว่า เป็น...สุนัข
หาดว่ายทาน ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศมหาอำนาจตะวันตก มาเช่าไว้ เรียกว่า...เขตเช่า
รอบเขตเช่านี้ พวกมหาอำนาจตะวันตก ขึ้นป้ายเยาะหยันไว้ ว่า...คนจีน และ สุนัข ห้ามเข้า!!

เพราะความยากจน ในประเทศจีน ทำให้...คนจีน ต้องหนีตาย, หนีออกนอกประเทศ                      ไปตายเอาดาบหน้า และ สยามประเทศ หรือ เสี่ยม-ล้อ (暹羅) ก็คือ...ที่หมาย
เฉพาะแถบ อำเภอ แต้ จิ๋ว (潮州) และ อำเภอ เหมย เซี่ยน (梅縣) ก็มี...คนจีน ทะลักเข้าสยาม (เสี่ยม-ล้อ) โดย...จ่ายค่าโดยสารบ้าง, แอบซ่อนตัวมาบ้าง, มากับเรือบรรทุกสินค้า จาก...ซัว เถา (汕頭) ซึ่งมีปลายทางอยู่ที่...สยาม สัปดาห์ละ 2 เที่ยว ทุกเที่ยวบรรทุกเกินพิกัด จำนวนคนโดยสารหลายพันคน
มากันแบบ...เสื่อผืนหมอนใบ
แค่ 2 ปี มีคนจีน เข้า สยาม ไม่น้อยกว่า 100,000 คน

ปี ค.ศ. 1948 (พ.ศ. 2491)
จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขึ้นมามีอำนาจ ได้สั่งจำกัด ให้...คนจีนเข้าไทย ได้ปีละ 200 คน     ปรากฏว่า...ครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2491 จำนวนคนจีน เข้าสยาม ก็ได้...ลดลงอย่างฮวบฮาบ
ปี ค.ศ. 1949 จีนสถาปนา ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ปกครองด้วย...ระบอบคอมมิวนิสต์             ไทยกับจีน...ได้ตัดสัมพันธ์กัน จึงไม่มีคนจีน หอบ...เสื่อผืนหมอนใบ ข้ามน้ำข้ามทะเล มาอีก

คนจีนที่ทะลักเข้ามา...สยามประเทศนี้ ซึ่งเรียกรวมๆ ว่า...พวก ซิง ตึ๊ง
เป็นคนประเภท...มีความอดทน, หนักเอาเบาสู้, ไม่เกี่ยงไม่งอน ขอเพียงมีงานทำ, มีรายได้          เป็นรับไว้หมด
ขณะเดียวกัน ก็มี...ความประหยัด เก็บหอมรอมริบ ตามมา และ เริ่มพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ
เมื่อพอมีเงิน, เพียงพอที่จะใช้...เป็นทุนได้ ก็เล็งหาโอกาส ยกระดับตัวเอง
จาก...ระดับแรงงาน, ขี้ข้า...ขึ้นมาเป็น...พ่อค้า
จาก...หาบเร่, แผงลอย ยกระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนเป็น...เจ้าของกิจการมากมาย ใหญ่บ้าง, เล็กบ้าง,   ตามสถานะ และ โอกาส และ ความสามารถ ของแต่ละบุคคล

บ้างก็ร่ำรวยเงินทอง ถึงขั้นเศรษฐี หรือ เจ้าสัว...ก็มี,
 บ้างก็เป็นเถ้าแก่, นายจ้าง...ก็มี,
 บ้างก็ย่ำแย่อยู่กับที่...ก็มี,
 บ้างก็อนาถา น่าสงสาร...ก็มี

ทีนี้ ก็มีคุยกันต่อถึงเรื่องที่...ค้างไว้ข้างต้น

1) พวกที่โชคดี ร่ำรวยเงินทองเต็มขั้น เป็นเศรษฐี, มหาเศรษฐี ก็ได้ชื่อว่า...จ่อ ซัว หรือ เจ้าสัว     (ก็รับไป 1 ซัว)
2) พวกมีเงินมีทองบ้าง และ คิดถึงบ้านที่เมืองจีน อยากกลับบ้าน ก็ได้กลับ...ตึ่ง ซัว หรือ เมืองจีน
(ก็รับไป 1 ซัว)
3) พวกโชคไม่ดี เหมือนประเภท 1 และ 2 ยังคงอนาถา น่าสงสาร อยู่ไปตามยถากรรม อย่างน้อย ช่วงสุดท้ายของชีวิต ก็ได้อยู่...หงี่ ซัว หรือ สุสานสงเคราะห์ หรือ ป่าช้าวัดดอน
(ก็ได้ 1 ซัวเหมือนกัน)

จะเห็นได้ว่า...ทุกคนมีส่วนได้กันหมด

ในกลุ่ม ซิง ตึ๊ง อพยพ นั้น ได้มีการสร้างเนื้อสร้างตัว ไต่เต้าขึ้นมาตามลำดับ และ ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของปวงชน ก็มีไม่น้อย เช่น...

นายชิน โสภณพานิช     (แซ่ตั๊ง / 陳) ผู้ก่อตั้ง...ธนาคารกรุงเทพ จำกัด

นายอุเทน เตชะไพบูลย์ (แซ่แต้ / 鄭) เป็นรุ่น 2 ผู้ก่อตั้ง...ธนาคารศรีนคร และ
 มูลนิธิป่อ เต็ก ตึ๊ง, โรงพยาบาล หัว เฉียว,  มหาวิทยาลัย หัว เฉียว ฯลฯ

นอกจากนี้ ชาวจีนที่อพยพเข้ามาประเทศสยาม ก่อนหน้านี้ และ มีชื่อเสียง, มีผลงาน จารึกอยู่      บนหน้าประวัติศาสตร์ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน ตัวอย่าง...
 นายปรีดี  พนมยงค์  (แซ่ ตั๊ง / 陳)
 หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ (แซ่ แต้ / 鄭)
 นายธานินทร์  กรัยวิเชียร (แซ่ เบ๊  / 馬) หรือ หม่า
 นายถนัด  คอมันต์ (แซ่ คอ / 柯)
 นายบรรหาร  ศิลปอาชา  (แซ่ เบ๊  / 馬)
 นายชวน  หลีกภัย (แซ่ ลื๋อ / 呂)
 นายทักษิณ  ชินวัตร (แซ่ คู   / 丘)
 นายอภิสิทธิ์  เวชาชีวะ (แซ่ อ๊วง / 袁) ฯลฯ

ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็น...อนุชน จีนอพยพ ทั้งสิ้น

สรุป...ใดใดในโลกล้วน อนิจจัง

วันนั้น.....ต้อง...หนีตาย, หนีร้อนพึ่งเย็น

วันนี้........กำลังเป็น...มังกรทยานฟ้า

วันหน้า...ก็ไม่แคล้ว...อนิจจัง

**********************************************

No comments: